วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

RT24628: Emails ที่ส่งในนามเพียงดิน



From: sruth sruthsruth <sruth.aon@gmail.com>
Date: 2011/4/12
Subject: Re: RT24628: Emails ที่ส่งในนามเพียงดิน
To: redthai@googlegroups.com


ข้อความที่ได้รับฉบับแรกครับ ชื่อเดียวกันกับ facebook ของคุณpiangdin.rukthai แต่ที่อยู่นี่ครับ piangdin.rukthai@gmail.com
ตอบ สมศักดิ์ เจียมธีรสถุล: บันทึกเปิดผนึก ว่าด้วย "ความยุติธรรม" 
ผมทราบเหมือนกันว่า การพูดกับคุณนั้นต้องใช้ศัพท์ทางวิชาการ บวกกับภาษาอังกฤษทางวิชาการ ผมศึกษามาน้อย อ่อนด้อยประสบการณ์ แต่ผมก็ไม่สมัครใจเป็นไพร่เหมือนที่พวกคุณเรียกกันเอง และผมก็รู้ว่าคุณช่างประชดประชันและชอบเสียดสีผู้อื่น ซึ่งแสดงสภาพจิตใจที่เลวร้ายของคุณ ที่สะท้อนออกมาเป็นตัวตนของคุณอีกทีหนึ่ง น่ารังเกียจเป็นที่สุด ผมจึงเลือกที่จะใช้คำสุภาพกับคุณในบางกรณี คุณเองก็หลีกเลี่ยงที่จะใช้ถ้อยคำอันทำให้คุณเข้าคุกได้โดยง่าย คุณมันใจมด คุณอาศัยคราบนักวิชาการแสดงบทบาทต่อผู้ที่คนไทยเคารพรัก ตามปกติสุภาพบุรุษย่อมไม่เสียดสี เย้ยหยันสุภาพสตรี แต่คุณกระทำเช่นนั้น คุณเป็นสุภาพบุรุษหรือเปล่า หรือว่าคุณเป็นขันที
สมศักดิ์เขียนว่า “ตามรายงานข่าว พระองค์ทรงพระราชทานสัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า
ใจจริงของฉัน อยากจะขอเวลาจากรายการทีวีช่วงสั้นๆ แค่ 5 นาที 10 นาที ฉายพระราชกรณียกิจที่ท่านทำ สงสารท่านเถอะ ท่านทุ่มเทเต็มที่ เอาใจใส่ทุกรายละเอียดทุกงานที่ทำทั้ง 2 พระองค์ ซึ่งทั้ง 2 พระองค์ทรงเป็นห่วงเรื่องความสามัคคีของคนไทย อยากให้กลมเกลียว คนไทยต้องเข้มแข็ง ชาติจะได้เจริญก้าวหน้าต่อไป ฉันอยากให้ทั้ง 2 พระองค์ได้รับความยุติธรรมตามที่ท่านควรจะได้รับ”
เรื่องที่ทรงเรียกร้อง "ความยุติธรรม" ให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถนี้ ได้เป็นประเด็นหลักที่หนังสือพิมพ์ที่รายงานเรื่องการพระราชทานสัมภาษณ์นี้ นำไปพาดหัว”
ในความเห็นของผม ปัญหามีอยู่ว่า การให้สัมภาษณ์ที่ทรงเรียกร้อง "ความยุติธรรม" ให้กับ 2 พระองค์ ในความเห็นของคุณที่ตะแบงไป เป็นความเลวระยำของคุณ ที่คุณไม่เห็นอกเห็นใจผู้อื่นไม่ยอมรับฟังความเห็นผู้อื่น โดยเฉพาะกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เรียกร้องความยุติธรรมให้กับบิดามารดาและตนเอง ที่ถูกพวกของคุณกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม หากจะพูดในภาษาชาวบ้านธรรมดาๆ
พระองค์ ไม่ได้ทรงอยู่ภายใต้การคุ้มครองของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 คุณก็ยิ่งเอาใหญ่
ทำไมจึงต้องมี ม.112 คุณซึ่งเป็นอาจารย์สอนด้านกฎหมาย ย่อมรู้ดี แต่คุณอาศัยช่องว่างโจมตีผู้หญิงคนหนึ่งอย่างน่าละอายที่สุด แล้วอย่างนี้ลูกศิษย์ของคุณจะนับถือคุณได้อย่างไร สิ่งที่คุณทำอยู่ คือการแก้แค้น ความแค้นที่ฝังแน่นอยู่ในใจคุณนานนับสิบปี ถูกถ่ายทอดออกมาทางวาทกรรมห่วยๆ ซ้ำยังถ่ายทอดความแค้นนี้ ให้กับไอ้และอีหน้าโง่อีกไม่กี่คนออกมาแสดงการด่าทอที่หยาบคาย โดยไม่มีความจริงรองรับใดๆ ได้แต่คิดเอาเอง คาดการณ์กันเองทั้งนั้น ถึงกับยอมสละชีวิตติดคุก และนี่ก็เป็นการสร้างบาปให้คนอื่น ขณะที่คุณเอาตัวรอด คุณให้คนอื่นด่า แต่คุณเลี่ยงมาเป็นการวิจารณ์ นี่หรือคือการรักมวลชนของคุณ
การพระราชทานสัมภาษณ์ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล สิ่งที่คุณกระทำแล้วนั้น ถือเป็นความกล้าหาญ ในความคิดของคุณ แต่ในระเบียบสังคมไทยไม่อาจยอมรับได้
พวกคุณได้พิพากษาพระองค์ท่านด้วยข่าวลือ ที่น่าบัดซบ คุณย่อมรู้อยู่ ในทำนองเดียวกัน ถ้าเกิดเรื่องนี้กับคุณ คุณจะยอมหรือไม่ สมมติว่าเขาลือกันว่าคุณเป็นลูกชู้ เกิดจากใครก็ไม่รู้ แต่พ่อแม่ปัจจุบันที่เลี้ยงดูคุณมา สมมติว่าเขาลือกันว่าคุณเป็นตุ้ด เป็นแต๋ว เป็นเอดส์ คุณจะออกมาชี้แจงไหม ถ้าเขาด่าพ่อแม่คุณ คุณจะออกมาปกป้องศักดิ์ศรีของพ่อแม่คุณไหม คุณจะเรียกร้องความยุติธรรมไหม
ผมดีใจที่เกิดมาเป็นชาวไทยในยุคปัจจุบัน ผมไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใครเหมือนคุณ ผมอยากแค่ตรวจสอบสมองของคนอย่างคุณ และคนอื่นๆที่หลงเชื่อคุณ ความยุติธรรมที่ท่านเรียกร้อง มาจากความอยุติธรรมของคนอย่างคุณทั้งสิ้น คุณอาจจะย่ามใจว่าใช้วิธีแบบคุณแล้วกฎหมายทำอะไรไม่ได้ และตำรวจแตงโมก็มีอยู่ทั่วไป คุณอาจจะลอยนวลในวันนี้ แต่วันข้างหน้าจะมีหลักประกันอะไรให้คุณ
ผมดีใจนะครับที่คุณเรียกผมว่าเป็นพวกนิยมเจ้า และก็ขอยืนยันว่า การมี ม.112 นั้นเป็นคุณประโยชน์แก่สังคมไทยอย่างยิ่ง เพราะสังคมไทยส่วนใหญ่ยังต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่คุณบอกว่า”การห้ามการวิพากษ์วิจารณ์โต้แย้ง ตรวจสอบการประชาสัมพันธ์และอบรมบ่มเพาะแบบด้านเดียวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ ของพระราชวงศ์ทุกพระองค์ เป็นเพราะ พระราชวงศ์ไม่อยู่ในฐานะที่จะมาโต้แย้งหรือตอบโต้การตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ได้ “ เป็นความจริงที่สุด คุณเขียนเรื่องที่คุณรู้ดี และคุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขาพูดอะไรกันบ้างหยาบคายแค่ไหน คุณจึงเลี่ยงบาลีเช่นนี้
ข้อเขียนของคุณ ผมต้องใช้เวลาอ่านอยู่นาน ผมไม่คิดว่า เรื่องที่คุณกล่าวมาทั้งหมดเป็นเรื่องจริงเพราะคุณไม่สามารถแสดงหลักฐานใดๆออกมาได้ สิ่งที่ผมเห็นก็คือพระราชวงศ์ทรงงานเพื่อประชาชนมาโดยตลอด แต่พวกคุณก็ยังตะแบงไปเรื่อยๆผมดีใจครับที่คุณเขียนว่า”พระราชวงศ์ได้เข้ามามีบทบาททางสาธารณะในทุกด้านอย่างมหาศาล “ เพราะนั่นแสดงถึงการทรงงาน การเอาใจใส่ในทุกข์สุขของประชาชน คุณจะว่าผมได้รับอิทธิพลจากการอบรมบ่มเพาะ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่นั่นเป็นสิ่งที่ผมพอใจ และรังเกียจวิธีการอ้างประชาชนไทยในภาพรวมของคุณ คุณไม่ได้รักประชาชนหรอก คุณรักตัวเอง และคุณไม่เคยรับผิดชอบกับการใส่ร้ายป้ายสี
สำนวนอันน่าคลื่นเหียนเช่นนี้ก็กลัวๆกล้าๆ เลยเลี้ยวไปเลี้ยวมา แต่สรุปได้ว่ามาจากการอบรมบ่มเพาะเพียงด้านเดียว ถ้าเช่นนั้น ก็เข้าใจได้แล้วว่าที่คุณเป็นเช่นนี้มาจากการอบรมบ่มเพาะของพ่อแม่คุณ ซึ่งตามปกติพ่อแม่มักจะอบรมให้ลูกเป็นคนดี แต่เกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่คุณละนี่ เขาคงไม่ได้สอนวิธีคิดดีๆให้กับคุณเป็นแน่
ผมขออนุญาตไม่ใช้ภาษาอังกฤษ เพราะมันไม่มีคำใดมาใช้กับคุณได้ เป็นอันว่าคุณได้พิพากษาว่าไม่ยุติธรรมเพราะสาธารณะชนต้องถูกตรวจสอบและวิจารณ์ได้ ผมก็ขอใช้การกระทำเช่นนี้กับคุณ ถ้าคุณคิดว่าประเทศนี้ไม่อารยะ ขอเชิญคุณไปอยู่ประเทศอื่นที่อารยะ ผมเชื่อว่าบรรพบุรุษของคุณอพยพมาแน่นอน คุณจะอพยพไปอีกก็ได้ เพื่อคุณจะได้ไม่ต้องพกความแค้นไว้มากมาย ที่นี่ไม่ต้องการคนอย่างคุณ จิตรา คชเดช ชูป้าย “ดีแต่วิจารณ์ งานการไม่ทำ ละเมิดสิทธิคนอื่นเป็นประจำ ทำร้ายคนไม่มีทางสู้”



เมื่อ 12 เมษายน 2554, 17:36, Sudarat Isbella <tanyakan5363@yahoo.com> เขียนว่า:
แสดงว่าได้รับกันเยอะ   แรกๆ  อ่านตอนต้นนิดหน่อยพอรู้ว่าด่าเสื้อแดง  ก็ลบทิ้งเลย  แต่พอได้รับบ่อยครั้งเข้าทนไม่ไหว  เลยสอบถามไปก็ได้รับการยืนยันว่าไม่ใช่แน่นอน  ก็เลยสบายใจ  ใครมีฉบับแรกๆ  ช่วยส่งกลับมาให้อ่านอีกที  หรือจะส่งไปให้คุณเพียงดินก้ได้

--- เมื่อ อ., 12/4/11, sruth sruthsruth <sruth.aon@gmail.com> เขียน:

จาก: sruth sruthsruth <sruth.aon@gmail.com>
เรื่อง: Re: RT24623: Emails ที่ส่งในนามเพียงดิน
ถึง: redthai@googlegroups.com
วันที่: วันอังคาร, 12 เมษายน 2011 08:14 น.

ขอบคุณครับ ผมก็ยังว่า ทำไมถึงเขียนโจมตีกันเอง คุณรุ่งโรจน์ วรรณศูทร ก็โดนสวมรอยเหมือนกันครับ

เมื่อ 12 เมษายน 2554, 14:03, Piangdin Rakthai <4everpiangdin@gmail.com> เขียนว่า:
พี่น้องหัวใจสีแดงไม่ยอมเปลี่ยนแปลงทุกท่านครับ
 
มีพี่น้องที่สงสัยแจ้งมาว่า ข้อความที่ส่งทางอีเมล์ในนามเพียงดิน เป็นข้อความทำนองโจมตีคุณณัฐวุฒิ หรือกล่าวหาอาจารย์สมศักดิ์ว่าล้มเจ้า
ผมขอยืนยันว่า ไม่เคยได้ส่งอีเมล์ถึงใครในระยะสี่ห้าเดือนที่ผ่านมานี้ครับ และหากผมจะส่งข้อความใด ๆ ผมจะส่งจากบัญชี
4everpiangdin@gmail.com เท่านั้นนะครับ และจุดยืนของผม คือ สนับสนุนและพยายามประสานแดงทุกกลุ่ม เพื่อไปสู่เป้าหมายการปฎิวัติประชาชน
เพื่อให้ได้เสรีประชาธิปไตย ผมอาจจะวิจารณ์แกนนำและนักคิดของพวกเราบ้างตามฟอรัมคนเสื้อแดง และจะใช้ชื่อ piangdin (rakthai)
เท่านั้น แต่ให้ทราบว่า ตัวจริงของผม จะไม่มีการวิจารณ์เพื่อทำลายขบวนการเสื้อแดงครับ จะวิจารณ์เชิงแนะนำ ตักเตือน และติเพื่อก่อเสมอครับ
 
ขอบคุณที่กรุณาอ่านครับ
 
ด้วยรักและศรัทธาในหัวใจสีแดงเสมอ
--
piangdin
--
*******************************************************************************************
คุณได้รับข้อความนี้เนื่องจากคุณเป็นสมาชิกกลุ่ม Google Groups กลุ่ม "กลุ่มเรดไทย"
ต้องการโพสต์ถึงกลุ่มนี้ ให้ส่งอีเมลไปที่ redthai@googlegroups.com
ยกเลิกการเป็นสมาชิกกลุ่ม ส่งอีเมลไปที่ redthai+unsubscribe@googlegroups.com
หากต้องการดูตัวเลือกเพิ่มเติม โปรดไปที่กลุ่มนี้โดยคลิกที่
http://groups.google.com/group/redthai?hl=th?hl=th
เว็บไซต์ของกลุ่ม: http://www.redthai.org
cBox ของกลุ่ม http://cbox.redthai.org

 




วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2554

ทหารสลายสวนลุม.flv

@ 12 มีนา มาทำไม? : มติชน 8 มี.ค.54 "วันนี้ที่รอคอย" การนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 12 มี.ค.มีความหมายอย่างไร ทำไมถึงต้องนัดชุมนุมในวันนี้ รัฐบาลสั่งการให้ทหารเข้าปฏิบัติการโดยนำกำลังพลของกองทัพ รถหุ้มเกราะ อาวุธปืนกระสุนยางไปจนถึงกระสุนจริง เข้าปราบปรามผู้ชุมนุมที่ขัดขืนไม่ยอมออกจากพื้นที่ชุมนุม มีทั้งยิงขู่ ยิงจริง จนมีผู้เสียชีวิต 91 ศพ บาดเจ็บ 2,000 คน ผู้ชุมนุมหลายคนยังหวาดผวาเสียงปืนเสียงระเบิด เตลิดกลับบ้านพร้อมกับความเจ็บปวดทั้งกายและใจ พกความคับแค้นใจกลับบ้าน และอีกหลายคนที่ต้องติดคุกเพียงเพราะไปยืนดูเหตุการณ์วันเผาศาลากลาง จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับอิสรภาพใดๆ
- กลุ่มคนที่กลับไปรักษาแผลบอบช้ำจากเหตุสลายการชุมนุมพร้อมแล้วที่จะกลับมาใหม่อีกครั้ง หลังแตกพ่ายกลับบ้านถึง 2 ปีซ้อน วันที่ 12 มี.ค.54 "วันนี้ที่รอคอย"
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1299573703&grpid=01&catid&subcatid
@ 12 มี.ค.เวียนมาบรรรจบ ครบรอบ 1 ปีที่ทรราชย์ฟันน้ำนมสั่งฆ่าประชาชน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ครบปี..หวังว่าวิญาณของวีรชนทุกผู้ทุกนาม จะไปสู่สุขคติ แต่ถ้าหากวิญญาณยังคงวงเวียนอยู่ ก็ขอเชิญลอยไปแวะเวียนทักทายกับกลุ่มคนที่สั่งฆ่าและคนฆ่าพวกท่านในตอนกลางคืนด้วยเถิด สาธุ
@ ดูคลิปแห่งความเจ็บปวด ขอให้กรรมตามสนองคนสั่งฆ่าประชาชนในชาตินี้ อย่ารอถึงชาติหน้าเลย
http://www.youtube.com/watch?v=GiXBGr4ZN-g&NR=1
@ คลิปโฉมหน้านักฆ่าประชาชน เพื่อนบอกว่า อย่ายิงซ้ำ ก็ยังยิงต่อ ไม่ยอมหยุด ช่างเป็นทหารที่ไร้เกียรติ และเป็นการยิงที่น่าละอาย (อยู่ช่วงท้ายคลิป)
http://www.youtube.com/watch?v=YVmlkt6adtw&feature=related

: ดูคลิปนี้หรือยังคะ ยิ่งดูยิ่งเกลียดทหาร (เฉพาะพวกที่ฆ่าประชาชน)
http://www.youtube.com/watch?v=GiXBGr4ZN-g&NR=1

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554

นางอังคนึง เล็บนาค ผอ.ทัณฑสถานหญิงกลางออกกฎให้ทายชื่อคนขอเข้าเยี่ยม จะให้ดาเซ็นต์ว่า "ไม่ต้องการให้เยี่ยม" "นางอังคนึง เล็บนาค เป็นคนสั่ง" ลงบนหนังสือ "ไม่ต้องการให้เยี่ยม"

ส่งข่าวคดีดา ตอร์ปิโด

โดยประเวศ ประภานุกูลณ วันที่ 1 มีนาคม 2011 เวลา 21:54 น.

เมื่อ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554   ผมได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว(ประกันตัว)นส.ดารณี  ชาญเชิงศิลปกุล (ดา ตอร์ปิโด)   ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งมาแล้ว   วันนี้ผมกับพี่ชายดาไปฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์มา   ตามรูปที่แนบมา

 

ศาลอุทธรณ์สั่งว่า

"พิเคราะห์ แล้ว เห็นว่าความผิดที่ถูกฟ้องมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง อันกระทบความจงรักภักดีและเคารพเทิดทูนของประชาชนที่มีต่อสถาบันพระมหา กษัตริย์  หากปล่อยชั่วคราวไปเชื่อว่าจะเกิดความเสียหายและจำเลยจะหลบหนี  ส่วนที่จำเลยอ้างว่ามีเหตุจำเป็นต้องรับการรักษาอาการป่วยด้วยแพทย์เฉพาะทาง ภายนอกเรือนจำนั้น เห็นว่าจำเลยสามารถดำเนินการได้ตามระเบียบราชทัณฑ์  กรณีจึงยังไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณา  คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว  ให้ยกคำร้อง  แจ้งคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราวให้จำเลยทราบเป็นหนังสือโดยเร็ว"

 

วันนี้ ผมไปเยี่ยมดาพร้อมกับพี่ชายดา  และคนอื่นอีก 4 คน   ทุกคนได้เข้าเยี่ยม   แต่ก่อนที่คนอื่นพร้อมพี่ชายดา(รวม 5 คน)จะเข้าเยี่ยม  ผมได้เข้าไปพบดาก่อน   ได้แจ้งชื่อคนที่จะเข้าไปเยี่ยมพร้อมพี่ชายเขา 1 คน(คนอื่นอีก 3 คนตามมาทีหลังโดยไม่ได้นัด  ตอนที่ผมเข้าพบดาจึงยังไม่ทราบว่าจะมีคนอื่นเพิ่มอีก)   ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ทุกคนได้เข้าเยี่ยมเป็นเพราะไปพร้อมกับพี่ชายดา   หรือเป็นเพราะเรื่องที่ผมคุยกับดา

 

ทีเด็ดในวันนี้อยู่ที่ เรื่องที่ผมคุยกับดา   การที่นางอังคนึง  เล็บนาค ผอ.ทัณฑสถานหญิงกลางออกกฎให้ทายชื่อคนขอเข้าเยี่ยม   ก็เพื่อสกัดไม่ให้คนเสื้อแดงไปเยี่ยมดาโดยเฉพาะ   แต่พอดาทายชื่อไม่ถูก   การไม่ให้เยี่ยมจะให้ดาเซ็นต์ว่า "ไม่ต้องการให้เยี่ยม" เอง   และถ้าดาไม่ยอมเซ็นต์   ก็จะออกประกาศเรียกดามาเซ็นต์   จนรำคาญกันไปทั้งคุก   ดาจึงได้ยอมเซ็นต์

 

แต่วันนี้   ได้ตกลงกับดาว่า   หากทายชื่อไม่ถูกและจะให้เซ็นต์อีก   ดาจะเขียนเพิ่มลงไปว่า "นางอังคนึง  เล็บนาค เป็นคนสั่ง" ลงบนหนังสือ "ไม่ต้องการให้เยี่ยม"

 

ดังนั้น  หากเพื่อนๆ  หรือใครอยากไปเยี่ยมดา  ก็นัดกันไปได้ตามปกติ(แต่ควรเลี่ยงวันพุธ   เพราะพี่ชายดาจะมาเยี่ยมวันพุธ   เขามาแต่เช้า   ถ้าพี่ชายเขาเยี่ยมแล้ว   จะเข้าเยี่ยมไม่ได้เพราะให้เยี่ยมวันละครั้งเดียว)   แล้วถ้าเจอหนังสือว่า "ดาไม่ต้องการให้เยี่ยม" ก็ขอถ่ายสำเนา   เอามาประจานกัน

 

เพิ่ง นึกอีกอย่าง  เรื่องของดา  กับทัณฑสถานหญิงกลาง  ที่ผมเขียนเกี่ยวกับสถาพความเป็นอยู่ในนั้น   มีใครเอาไปโพสต์ในเว๊ปของ "กรมราชทัณฑ์" ได้มั้ยครับ   ถ้าใครทำได้ก็อยากขอรบกวนด้วย   ผมทำไม่เป็นครับ   และถ้ายิ่งดีกว่านั้น  พอโพสต์แล้วก็ตั้งคำถามเขาด้วย

 

สุดท้าย   วันนี้ได้ฝากเงินเข้าบัญชีของดาตามที่มีคนฝากผมไปแล้วครับ   ตามใบเสร็จครับ

 

ประเวศ  ประภานุกูล



 



วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

วิดีโอ บทเพลงศิลปินเพื่อชีวิตเสื้อแดง







YouTube ศูนย์ช่วยเหลือ | ตัวเลือกอีเมล | รายงานสแปม

MrPrainn เพิ่งอัปโหลดวิดีโอ:
พี่น้องผองเพื่อนศิลปินฝ่ายประชาธิปไตย
มาร่วมให้กำลังใจขับกล่อมบทเพลง
เนื่องในงานครบรอบ 9 เดือนทหารฆ่าประชาชน
ณ ลานอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธื 2554
 

© 2011 YouTube, LLC
901 Cherry Ave, San Bruno, CA 94066










วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2553

แม้วรู้แกวอั๊กลี่อเมริกันใช้วิดิโอคอนเฟอเรนซ์แจงแทน

วันพุธ, ธันวาคม 08, 2010

แม้วรู้แกวอั๊กลี่อเมริกันใช้วิดิโอคอนเฟอเรนซ์แจงแทน


มารไม่มีบารมีไม่เกิด-ทักษิณ กำลังชั่งใจว่าจะเดินทางเข้าสหรัฐฯหรือไม่ เพราะรัฐบาลไทยต้องการจับตัวเขาไม่พอ ยังข่มขู่มายังครอบครัวเขาในเมืองไทยด้วย เพราะทนไม่ได้ที่จะไปให้การกรณีสังหารหมู่เสื้อแดง(ภาพ:AFP)

เทียบเชิญ-หนังสือ ที่สหรัฐฯเชิญอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ไปให้การต่อกรรมาธิการในเรื่องรัฐบาลไทยปราบปรามประชนชนผู้ประท้วงเสื้อแดง เสียชีวิตจำนวนมากในเหตุการณ์ชุมนุมเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา (อ่านนคำแปลในข่าว)


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
8 ธันวาคม 2553

ทักษิณ'งดเข้าสหรัฐถูกบี้หนักหันใช้วิดีโอลิ้งค์ชี้แจงสลายเสื้อแดง

เวบไซต์หนังสือพิมพ์โลกวันนี้ ซึ่งมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพรรคฝ่ายค้านนำเสนอข่าวว่า

"ทักษิณ" เริ่มไม่ชัวร์บินเข้าสหรัฐ ชี้แจงสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงตามคำเชิญของซีเอสซีอี หลังถูกฝ่ายคุมอำนาจตามไล่บี้กดดันอย่างหนัก อาจเปลี่ยนใจใช้วิดีโอลิ้งค์ชี้แจงแทน


โดยนำเสนอข่าว ว่า หลังออกมาเปิดเผยถึงกำหนดการเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 16 ธ.ค. นี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการเดินทางไปตามคำเชิญของคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงและความร่วม มือในยุโรป (ซีเอสซีอี) ซึ่งมีสถานะเป็นองค์กรอิสระ มีสมาชิกประกอบด้วย ส.ส. 9 คน ส.ว. 9 คน ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ และผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงการสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดินที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากช่วงเดือน เม.ย. และ พ.ค. ที่ผ่านมา

"ทักษิณ" อาจใช้วิดีโอลิ้งค์ชี้แจงแทน

ล่า สุดมีรายงานข่าวแจ้งเข้ามาว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ตัดสินใจไม่เดินทางไปสหรัฐตามคำเชิญแล้ว แม้จะได้รับคำยืนยันเรื่องการออกวีซ่าเข้าประเทศได้ ทั้งนี้ เพราะตั้งแต่ข่าวการเดินทางถูกเผยแพร่ออกไปได้เกิดแรงกดดันขึ้นอย่างมาก โดยเป็นแรงกดดันที่พุ่งตรงมาที่ครอบครัวที่ยังอยู่ในประเทศไทยที่ได้รับคำ เตือนว่า มีบางคนทนไม่ได้ที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะไปพูดเรื่องการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงในสหรัฐ เพราะจะทำให้ภาพพจน์ของฝ่ายคุมอำนาจเสียหาย ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณต้องใช้วิธีวิดีโอลิ้งค์เข้าไปพูดในเวทีสัมมนาของซีเอสซีอีแทน ทั้งนี้ ยืนยันว่าการไม่เดินทางไปสหรัฐไม่ได้เป็นเพราะเกรงว่าจะถูกจับตัวส่งกลับไทย ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

"นพดล" เชื่อรัฐบาลไทยล็อบบี้สหรัฐไม่ให้วีซ่า "ทักษิณ" เข้าประเทศ

โลกวันนี้ รายงาน อีกว่า "นพดล " ยอมรับสหรัฐฯ ยังไม่ออกวีซ่าเข้าประเทศให้ "ทักษิณ" เชื่อรัฐบาลไทยล็อบบี้เพื่อไม่ให้ออกวีซ่า พร้อมท้า "กษิต" เผชิญหน้า "ทักษิณ" ที่วอชิงตัน

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า จากการที่ตนให้สัมภาษณ์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังจะเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ตามคำเชิญของคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (ซีเอสซีอี) เพื่อไปให้การและพยานหลักฐานรายละเอียดในการไต่สวนเหตุการณ์การละเมิดสิทธิ มนุษยชนในประเทศไทย โดยเฉพาะสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา ในวันที่ 16 ธ.ค.ที่กรุงวอชิงตัน รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศมีอาการตื่นตูมกับมากพอสมควร ซึ่งได้มีการล็อบบี้ผู้บริหารระดับสูงเพื่อที่จะไม่ให้วีซ่าแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปชี้แจง คำถามที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือรัฐบาลปกปิดความจริงอะไรไว้ จึงไม่ต้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปเปิดเผยความจริง

นายนพดลกล่าวว่า ถึงแม้ในประเทศไทยรัฐบาลอาจจะควบคุมสื่อเอาไว้ได้ แต่ในต่างประเทศรัฐบาลไทยไม่สามารถทำเช่นนั้นได้อย่างแน่นอน ในตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่มีวีซ่า แต่ได้ดำเนินการยื่นขอวีซ่าเอาไว้แล้วจากประเทศที่พำนักอยู่ในตอนนี้ จึงต้องรอดูว่าในวันที่ 16 ธันวาคมนี้จะได้รับวีซ่าหรือไม่ ส่วนประเด็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณยังมีสถานะเป็นผู้ร้ายข้ามแดนนั้น ก็คงต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของประเทศสหรัฐอเมริกาว่าจะให้วีซ่าหรือไม่ ทั้งนี้ ในจดหมายที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้รับการเชิญนั้น ได้ระบุว่าอยากจะเห็นการเลือกตั้งที่เสรี และเป็นธรรมเกิดขึ้นในไม่ช้า

นาย นพดลกล่าวว่า การเชิญครั้งนี้ได้มีการเชิญคนจากฝั่งของรัฐบาลไทยด้วย เพราะฉะนั้นหากนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ต้องการที่จะทำการไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ใช้โอกาสนี้ไปพบปะกันและชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น


ยังไม่รู้เวทีชี้แจงเป็นแบบไหน

นาย นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ยังไม่ทราบลักษณะงานที่จะให้ พ.ต.ท.ทักษิณชี้แจงว่าจะเป็นการชี้แจงต่อสภาสหรัฐหรือว่าชี้แจงบนเวทีที่จัด ในโรงแรม สาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่สถานที่แต่อยู่ที่เนื้อหาและตัวบุคคลที่รับฟัง เพราะสมาชิกของซีเอสซีอีประกอบด้วยบุคคลชั้นนำของสหรัฐ

หัวข้อถูกกำหนดไว้กว้างๆ

"ซี เอสซีอีไม่ใช่เอ็นจีโอหรือว่ากลุ่มนักวิชาการ แต่เป็นองค์กรระดับแนวหน้าของสหรัฐ ตามหนังสือเชิญไม่ได้กำหนดหัวข้อชัดเจน เพียงแต่ระบุกว้างๆว่าให้ไปให้ข้อมูลเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ ไทย ทั้งจากการชุมนุมทางการเมืองและใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีอาจพูดถึงแผนสร้างความปรองดองของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ด้วยว่ามีความเป็นไปได้จริงหรือไม่" นายนพดลกล่าวพร้อมยืนยันว่า ไม่มีการล็อบบี้ซีเอสซีอีเพื่อขอเข้าชี้แจง เพราะหากทำได้เช่นนั้นจริงองค์กรเขาจะเสื่อมเสียมาก


หนังสือเทียบเชิญของสหรัฐ แปลโดย คุณดวงจำปา จาก เวบไซต์ internetfreedom

23 พฤศจิกายน 2553

ทักษิณ ชิณวัตร
ในความดูแลของ แอนดรู เจ เดอร์โควิค
สำนักงานกฎหมาย แอมสเตอร์ดัม และ เพอร์รอฟ
ตึก โฮเมอร์
601 ถนนสิบสาม, ตะวันตกเฉียงเหนือ, ชั้นที่ 11 ทางใต้
กรุงวอชิงตัน, ดีซี 20005

เรียน คุณทักษิณ:

ใน ฐานะประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (คณะกรรมาธิการเฮลซิงกิ), ข้าพเจ้าได้เขียนหนังสือเชื้อเชิญคุณ เพื่อ กล่าวคำให้การในการประชุมเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและสถานการณ์ทางการเมืองใน ประเทศไทย,​ ด้วยหัวข้อ "ประชาธิปไตย, ธรรมาภิบาล, และสิทธิมนุษยชน ของประเทศไทย," ในวันที่ 16 ธันวาคม คริสต์ศักราช 2010, เวลา 15:00 น. สถานที่การประชุมนั้นจะยืนยันให้ทราบในอีกครั้งในไม่ช้านี้.

ใน ฐานะที่เป็นพันธมิตรของความร่วมมือในภาคพื้นเอเซียกับองค์กรเกี่ยวกับความ มั่นคงและความร่วมมือในภาคพื้นยุโรป, ความคืบหน้าภายในประเทศไทย, โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการปราบปรามผู้ประท้วงชุมนุมในกรุงเทพมหานครที่ เพิ่งผ่านมาไม่นานนี้, เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งต่อคณะกรรมาธิการเฮลซิงกิ.

เมื่อไม่ นานมานี้, กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ส่งเรื่องยื่นฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศ, โดยอ้างเหตุผลว่า นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, มีความผิดในเรื่องอาชญากรรมต่อมนุษยชาติระหว่างการปราบปราม.

ในการ ประชุมครั้งนี้, เราต้องการที่จะได้ยินมุมมองของท่านเกี่ยวกับสถานการณ์ของสิทธิมนุษยชนใน ประเทศไทย, รวมไปถึงอิสรภาพของสื่อมวลชนและอิสรภาพต่อการแสดงความคิดเห็น, ความพยายามของทางฝ่ายรัฐบาลไทยที่จะผ่อนคลายสถานการณ์ที่ไม่สงบทางภาคใต้, และ ต้องให้ทางประเทศสหรัฐอเมริกาและนานาอารยะประเทศ, รวมไปถึงคณะกรรมาธิการว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป, สามารถช่วยเหลือ แก้ไขสถานการณ์ทางสิทธิมนุษยชนและให้ความมั่นใจถึงเรื่อง กระบวนการเลือกที่เป็นเสรีภาพและยุติธรรม ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร.

เรา ขอร้องให้อธิบายรายงานของท่านเป็นเวลาประมาณ 7-10 นาที. ท่านสามารถเรียกร้องในการขอเวลามากกว่านี้ โดยการส่งเอกสาร เป็นลายลักษณ์อักษรและเนื้อหาสาระเพิ่มเติม ซึ่งท่านเห็นสมควร เพื่อการถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ.

คณะกรรมาธิการจะมีความยินดี เป็นอย่างมาก ถ้าท่านสามารถส่งเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร ในรูปแบบของเป็นไฟล์ (ทางอีเมล์) ก่อนสิ้นสุดเวลาทำงานของทางการ ในวันอังคารที่ 14 ธันวาคม, เพื่อสำเนาจะได้ถูกส่งล่วงหน้าไปยังคณะกรรมาธิการ และ สำเนาอื่นๆ นั้น จะได้จัดพิมพ์ไว้กับทางสาธารณชนได้เห็นกันในการประชุมครั้งนี้.

ข้าพเจ้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้ยินมุมมองของคุณในเรื่องสำคัญนี้และยินดีต้อนรับการมีส่วนร่วมของคุณใน การประชุมครั้งนี้. คุณแชลี่ แฮน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ จะเป็นผู้ประสานงานเตรียมพร้อมในการประชุมครั้งนี้.

กรุณาติดต่อ เธอได้ทุกเวลาที่ท่านต้องการโดยโทรศัพท์หมายเลข (202) 225-1901 หรือทางอีเมล์ ที่ Shelly.han@mail.house.gov ถ้าต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม.

ขอแสดงความนับถือ


เบนจามิน ไอ คาร์ดิน, สมาชิกวุฒิสภาประเทศสหรัฐอเมริกา
ประธานคณะกรรมาธิการ

เบื้องหลังปูนใหญ่ขายทิ้งPTTCHโกย33,000ล้าน งานนี้มีแต่ได้กับได้ หลังยื้อหุ้นส่วนใหญ่ปตท.มานาน



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
8 ธันวาคม 2553

ปูน ซิเมนต์ไทยขายหุ้นPTTCHให้ไทย-ต่างชาติ โกยเงิน33,000ล้านบาท กำไรหลังหักภาษี8,800ล้านบาท วงการหุ้นคาดเบื้องหลังมาจากSCCแตกหักกับปตท.ที่ต้องการให้บริษัทลูกควบรวม กิจการกัน ซึ่งจะทำให้ปูนใหญ่เสียผลประโยชน์จากการถูกลดสัดส่วนถือครองหุ้นลงมา ส่งผลให้ดีลเมิร์ซกิจการล่าช้ามานาน2ปี และการเทขายช่วงนี้ก็ถือว่ากำไรงาม อาจนำเงินไปลงทุนในบริษัทอื่นที่ทำธุรกิจคล้ายกันกับPTTCHแต่ไม่โดนหุ้นส่วน ใหญ่รายอื่นมาเป็นก้าง

สำนักข่าวBloomberg สำนักข่าวชั้นนำด้านการเงินการลงทุนของโลก รายงานว่า บริษัทปูนซิเมนต์ไทย ซึ่งเป็นเจ้าของโดยผู้จัดการทรัพย์สินของกษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดช ได้ ขายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัท ปตท.เคมิคอล(PTTCH)ออกมาวันนี้ 236 ล้านหุ้น หุ้นละ 140 บาท รวมเป็นเงิน 33,000 ล้านบาท และบันทึกเป็นกำไรสุทธิหลักหักภาษี 8,800 ล้านบาท

ส่วนสำนักข่าวCNBC ซึ่งเป็นสำนักข่าวชั้นนำด้านการเงินการลงทุนชั้นนำของโลกอีกราย ได้รายงานว่า ปูนซิเมนต์ไทยซึ่งมีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ถือหุ้นใหญ่อยู่ ราว30% ได้ขายหุ้นในPCCHTให้ทั้งนักลงทุนไทยและต่างประเทศในการนี้

นาย กานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCC) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า วันนี้ SCC ได้ทำการเสนอขายหุ้นสามัญเดิมที่ SCC ถืออยู่ในบริษัท ปตท. เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTCH) เป็นจำนวน 236,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 15.59 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ที่ราคา 140 บาทต่อหุ้นให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศในวงจำกัดแบบข้ามคืนผ่านตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Overnight Placement Transaction)

การทำ รายการดังกล่าวมีมูลค่ารายการรวมประมาณ 33,000 ล้านบาท โดย SCC จะมีกำไรสุทธิที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำหลังภาษีจากรายการดังกล่าวประมาณ 8,800 ล้านบาท และจะทำการบันทึกกำไรจากการขายดังกล่าวในไตรมาส 4 ของปี 2553 ทั้งนี้ SCC มีแผนที่จะนำเงินดังกล่าวไปใช้ในการลงทุนต่างๆ ที่เป็นธุรกิจหลักของ SCC ทั้งในประเทศและในภูมิภาคต่อไป

สำหรับผู้ เข้าซื้อหุ้นจากSCCประกอบด้วย 1.บริษัทหลักทรัพย์ ภัทรธนกิจ จำกัด (มหาชน) 2.Merrill Lynch Far East Limited 3.UBS AG,Hong Kong Branch 4.Credit Suisse (Singapore) Limited

SCC ได้เข้าถือหุ้นในบริษัทปิโตรเคมีแห่งชาติ (จำกัด) มหาชน (NPC) และบริษัทไทยโอเลฟินส์ จำกัด (มหาชน)
(TOC) ในปี 2527 และปี 2532 ตามลำดับ ซึ่งต่อมาทั้งสองบริษัทได้จดทะเบียนควบรวมกิจการเป็น PTTCH
ในปลายปี 2548

SCC ประกอบธุรกิจหลัก 5 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจเคมิคอลส์ ธุรกิจกระดาษ ธุรกิจซีเมนต์ ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง และธุรกิจจัดจำหน่าย ปัจจุบัน SCC มีนโยบายการจ่ายปันผลที่อัตราร้อยละ 40 - 50 จากกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติของงบการเงินรวมประจำปี

ภายหลัง การขายหุ้นครั้งนี้ SCC ยังคงถือหุ้น PTTCH อยู่จำนวน 66,999,927 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 4.42 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ PTTCH

เหตุผลเบื้องหลังที่ปูนใหญ่ขายทิ้ง

ปูน ซิเมนต์ไทยให้เหตุผลในการขายหุ้นครั้งนี้ว่า เนื่องจากบริษัทSCCเป็นผู้ถือหุ้นที่ไม่มีอำนาจในการมีส่วนร่วมตัดสินใจ เกี่ยวกับ และนโยบาย และการบริหารงานในPTTC ซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของSCC

ทั้งนี้SCCถือหุ้นใน PTTCHราว20% ขณะที่บริษัท ปตท. จำกัดมหาชน-PTTถือหุ้นใหญ่ราว49% ที่ผ่านมาPTTต้องการให้PTTCHควบรวมกิจการกับบริษัทPTTAR ที่เป็นบริษัทในเครืออีกราย แต่แผนการได้ล่าช้ามานานกว่า 2 ปี เนื่องจากSCCไม่เห็นด้วย

ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)วิเคราะห์ว่าที่SCCต้องขายPTTCHก็เพราะไม่เห็นด้วยกับแผนการควบรวม กิจการดังกล่าว และอาจไม่มีความใจเป็นในการซื้อเอทธิลีนจากPTTCHแล้ว หลังจากโรงงานใหม่ของเครือSCCที่ผลิตเอทธิลีนเช่นกันเดินเครื่องแล้ว

"แต่ เรายังสงสัยว่าSCCจะทำอย่างไรกับเงินสดส่วนเกินตั้ง50,000ล้านบาท หลังจากที่ได้เงินเพิ่มจากการขายหุ้นครั้งนี้"ฝ่ายวิจัยบัวหลวงกล่าว

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์พัฒนสิน จำกัด (มหาชน)วิเคราะห์ว่า สาเหตุการขายครั้งนี้อาจเป็นเพราะ

1) ราคาหุ้นปัจจุบันของ PTTCH ถือว่าอยู่ในช่วงขาขึ้นได้ราคาค่อนข้างดี

2) อาจขายเพื่อนำเงินไปขยายการลงทุนธุรกิจปิโตรเคมีในเวียดนามหรืออาจซื้อหุ้นเพิ่มใน TPC

3) เพื่อไม่ให้ตัวเองถูกลดสัดส่วนการถือหุ้น หาก PTTCH และ PTTAR ควบรวมกิจการกันจริง

**********

ข่าวเกี่ยวเนื่อง:ฝรั่งสรรเสริญพระบารมี:กษัตริย์ไทยครองแชมป์อันดับ1ในตลาดหุ้นไทย

เครือข่ายผู้บริโภคสีแดงคิกออฟแคมเปญคว่ำบาตรเศรษฐกิจ แบนสินค้าหนุนเผด็จการเริ่มต้นที่'มาม่า'


โดย เครือข่ายผู้บริโภคสีแดง
8 ธันวาคม 2553

เครือ ข่ายผู้บริโภคสีแดง ได้ประกาศเริ่มมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อองค์กรธุรกิจที่ให้การสนับสนุน ระบอบปกครองเผด็จการอำมาตย์ และได้รับการเกื้อหนุนจากฝ่ายเผด็จการ โดยประกาศเริ่มต้นคว่ำบาตรเศรษฐกิจต่อเครือสหพัฒนพิบูล ของตระกูลโชควัฒนา ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของประเทศ

มี ธุรกิจที่สนับสนุนเผด็จการอำมาตย์ และได้รับการเกื้อหนุนต่างตอบแทนอยู่มากมาย ทำให้เผด็จการยังแข็งแกร่ง ร่วมพลังกันคว่ำบาตรเพื่อสั่นคลอนฐานรากเผด็จการ เริ่มต้นที่เครือสหพัฒนพิบูล ของตระกูลโชควัฒนา ทำได้ง่ายๆเพียงแค่'หยุดซื้อ หยุดกินมาม่าเป็นเวลา 1 เดือน พร้อมกันทั่วไทยทั่วโลก' นับตั้งแต่วันนี้ ไปถึงวันที่ 8 มกราคม 2554 หรือจนกว่าเครือสหพัฒนพิบูลจะได้ตระหนักสำนึกถึงพลังของผู้บริโภคชาวไทยที่ เรียกร้องต้องการประชาธิปไตย ชิงชังระบอบปกครองเผด็จการ

เครือข่าย ผู้บริโภคสีแดงมีเป้าหมายที่จะรณรงค์แคมเปญนี้ขยายผลไปยังองค์กรธุรกิจอื่นๆ ที่ฝักใฝ่สนับสนุนระบอบเผด็จการ หรือได้ประโยชน์จากระบอบปกครองเผด็จการในระยะต่อไปเมื่อสิ้นสุดแคมเปญคว่ำ บาตรต่อมาม่าในระยะเวลา 1 เดือน

เหตุที่มาม่าตกเป็นเป้าหมายการเริ่ม ต้นรณรงค์นี้ก็เนื่องจากเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคยอดนิยม และจะแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนชาวไทยผู้เรียกร้องต้องการประชาธิปไตยได้ อย่างกว้างขวางที่สุด และทุกคนสามารถเข้าร่วมการรณรงค์ได้ทันที เพียงแต่หยุดซื้อ หยุดบริโภคพร้อมๆกันทั่วไทยและทั่วโลก


ผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า เป็นของบริษัท ไทยเพสซิเด้นท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ในเครือของสหพัฒนพิบูล ซึ่ง ผู้บริหารได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจากระบอบเผด็จการ รวมทั้งเป็นผู้สนับสนุนรายสำคัญแก่กลุ่มพันธมิตรในการโค่นล้มรัฐบาลจากการ เลือกตั้งของประชาชนไทย มีบทบาทสำคัญในสภาหอการค้าไทยที่ออกมารณรงค์ขับไล่รัฐบาลจากการเลือกตั้งของ ประชาชน และสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลเทพประทาน รวมทั้งยังออกหน้าออกตาในการสนับสนุนเผด็จการ ต่อต้านความเคลื่อนไหวประชาธิปไตย ทั้งที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชนไทยทั้งประเทศ เครือสหพัฒน์จึงต้องได้รับบทเรียนจากพลังผู้บริโภคชาวไทย หากไม่ตระหนักสำนึก ก็ต้องถูกคว่ำบาตรตลอดไป ไม่ใช่เฉพาะ 1 เดือนของการรณรงค์นี้เท่านั้น

'เครือข่ายผู้บริโภคสีแดงตั้งเป้าหมาย ว่าในระยะ 1 เดือน หากประชาชนชาวไทยร่วมกันอย่างจริงจังทุกคนทุกครัวเรือน น่าจะได้เห็นยอดขายของมาม่าตกลงมาอย่างชัดเจน และจะเป็นการกระตุ้นเตือนให้เครือสหพัฒน์ และบรรดาองค์กรธุรกิจต่างๆที่เป็นมือไม้ให้เผด็จการต้องตระหนักสำนึกว่า พวกเขาควรวางตำแหน่งจุดยืนในทางการเมืองอย่างไรให้ถูกต้อง เราไม่ได้กดดันให้กลุ่มธุรกิจต้องมามีจุดยืนสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตย แค่ให้พวกเขาหยุดการเป็นมือไม้เป็นสปอนเซอร์ให้พวกเผด็จการอย่างออกนอกหน้า หรือประกาศความเป็นกลางทางการเมืองก็นับว่าน่าพอใจกับการรณรงค์นี้ และเราหวังว่าท้ายที่สุดอำนาจของฝ่ายเผด็จการจะไม่แข็งแกร่งอีกต่อไป หากขาดการเกื้อหนุนจากธุรกิจต่างๆ"เครือข่ายฯระบุ

เมื่อสิ้นปีที่ แล้วไทยเพรสซิเด้นท์ฟู้ดส์ เจ้าของผลิตภัณฑ์มาม่ามียอดขาย8,482ล้านบาท และปีนี้เฉพาะ9เดือนแรกมียอดขาย6,629ล้านบาท กำไรสุทธิงวด9เดือนนี้1,028ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ15.52%

มาม่ามีส่วนแบ่งการตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ที่ 50% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น55% รองลงไปคือผลิตภัณฑ์ไวไว 26% ยำยำ 22% และอื่นๆ 2%

เปิดจดหมายกมธ.สหรัฐฯเชิญทักษิณให้การ


แปลโดย คุณดวงจำปา
ที่มา เวบไซต์ internetfreedom

23 พฤศจิกายน 2553

ทักษิณ ชิณวัตร
ในความดูแลของ แอนดรู เจ เดอร์โควิค
สำนักงานกฎหมาย แอมสเตอร์ดัม และ เพอร์รอฟ
ตึก โฮเมอร์
601 ถนนสิบสาม, ตะวันตกเฉียงเหนือ, ชั้นที่ 11 ทางใต้
กรุงวอชิงตัน, ดีซี 20005

เรียน คุณทักษิณ:

ใน ฐานะประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (คณะกรรมาธิการเฮลซิงกิ), ข้าพเจ้าได้เขียนหนังสือเชื้อเชิญคุณ เพื่อ กล่าวคำให้การในการประชุมเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและสถานการณ์ทางการเมืองใน ประเทศไทย,​ ด้วยหัวข้อ "ประชาธิปไตย, ธรรมาภิบาล, และสิทธิมนุษยชน ของประเทศไทย," ในวันที่ 16 ธันวาคม คริสต์ศักราช 2010, เวลา 15:00 น. สถานที่การประชุมนั้นจะยืนยันให้ทราบในอีกครั้งในไม่ช้านี้.

ใน ฐานะที่เป็นพันธมิตรของความร่วมมือในภาคพื้นเอเซียกับองค์กรเกี่ยวกับความ มั่นคงและความร่วมมือในภาคพื้นยุโรป, ความคืบหน้าภายในประเทศไทย, โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการปราบปรามผู้ประท้วงชุมนุมในกรุงเทพมหานครที่ เพิ่งผ่านมาไม่นานนี้, เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งต่อคณะกรรมาธิการเฮลซิงกิ.

เมื่อไม่ นานมานี้, กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ส่งเรื่องยื่นฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศ, โดยอ้างเหตุผลว่า นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, มีความผิดในเรื่องอาชญากรรมต่อมนุษยชาติระหว่างการปราบปราม.

ในการ ประชุมครั้งนี้, เราต้องการที่จะได้ยินมุมมองของท่านเกี่ยวกับสถานการณ์ของสิทธิมนุษยชนใน ประเทศไทย, รวมไปถึงอิสรภาพของสื่อมวลชนและอิสรภาพต่อการแสดงความคิดเห็น, ความพยายามของทางฝ่ายรัฐบาลไทยที่จะผ่อนคลายสถานการณ์ที่ไม่สงบทางภาคใต้, และ ต้องให้ทางประเทศสหรัฐอเมริกาและนานาอารยะประเทศ, รวมไปถึงคณะกรรมาธิการว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป, สามารถช่วยเหลือ แก้ไขสถานการณ์ทางสิทธิมนุษยชนและให้ความมั่นใจถึงเรื่อง กระบวนการเลือกที่เป็นเสรีภาพและยุติธรรม ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร.

เรา ขอร้องให้อธิบายรายงานของท่านเป็นเวลาประมาณ 7-10 นาที. ท่านสามารถเรียกร้องในการขอเวลามากกว่านี้ โดยการส่งเอกสาร เป็นลายลักษณ์อักษรและเนื้อหาสาระเพิ่มเติม ซึ่งท่านเห็นสมควร เพื่อการถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ.

คณะกรรมาธิการจะมีความยินดี เป็นอย่างมาก ถ้าท่านสามารถส่งเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร ในรูปแบบของเป็นไฟล์ (ทางอีเมล์) ก่อนสิ้นสุดเวลาทำงานของทางการ ในวันอังคารที่ 14 ธันวาคม, เพื่อสำเนาจะได้ถูกส่งล่วงหน้าไปยังคณะกรรมาธิการ และ สำเนาอื่นๆ นั้น จะได้จัดพิมพ์ไว้กับทางสาธารณชนได้เห็นกันในการประชุมครั้งนี้.

ข้าพเจ้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้ยินมุมมองของคุณในเรื่องสำคัญนี้และยินดีต้อนรับการมีส่วนร่วมของคุณใน การประชุมครั้งนี้. คุณแชลี่ แฮน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ จะเป็นผู้ประสานงานเตรียมพร้อมในการประชุมครั้งนี้.

กรุณาติดต่อ เธอได้ทุกเวลาที่ท่านต้องการโดยโทรศัพท์หมายเลข (202) 225-1901 หรือทางอีเมล์ ที่ Shelly.han@mail.house.gov ถ้าต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม.

ขอแสดงความนับถือ


เบนจามิน ไอ คาร์ดิน, สมาชิกวุฒิสภาประเทศสหรัฐอเมริกา
ประธานคณะกรรมาธิการ





วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เจาะคอนเนกชั่นลึกพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ป้ายแดง กรรมการ 3 บ.ยักษ์-โยงผู้บริจาคเงิน ปชป.


พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี

วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เวลา 15:00:59 น.  มติชนออนไลน์

เจาะคอนเนกชั่นลึกพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ป้ายแดง กรรมการ 3 บ.ยักษ์-โยงผู้บริจาคเงิน ปชป.

 

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2553 ได้มีมติด้วยคะแนน 8 ต่อ 0 เสียง เลือก พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รอง ผบ.ตร.ที่มีความอาวุโส ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนใหม่แทนพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรักษาราชการแทนผบ.ตร. (รรท.ผบ.ตร.) ที่จะเกษียณอายุราชการลงในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ 

 

 

แม้ว่าเส้นทางรับราชการตำรวจของ ผบ.ตร.ป้ายแดงผู้นี้อาจไม่โลดโผน ถ้าเทียบกับ ผบ.ตร.บางคนในอดีต  แต่คอนเนกชั่นทางการเมืองและธุรกิจเป็นอย่างไร?


น่าสนใจ


"มติชนออนไลน์"ตรวจสอบพบว่า พล.ต.อ.วิเชียร เป็นกรรมการบริษัท 3 แห่ง

1.บริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) 
2.บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน)
3.บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

 

แต่ละแห่งอู้ฟู่ไม่ธรรมดา

 

บริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) มีกลุ่มนายณรงค์ ธารีรัตนาวิบูลย์ เป็นเจ้าของ ประกอบธุรกิจค้าลูกถ้วยไฟฟ้า จดทะเบียนวันที่ 19 มีนาคม 2547 ทุนปัจจุบัน 500 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่  254 ถนนเสรีไทย แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ  นายณรงค์ ธารีรัตนาวิบูลย์ นายธนิตย์ ธารีรัตนาวิบูลย์ นายโกวิท ธารีรัตนาวิบูลย์ นายประยูร จินดาประดิษฐ์ พลต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี และนางพรอนงค์ บุษราตระกูล เป็นกรรมการ

 

ผลประกอบการปี 2552 รายได้ 671.5 ล้านบาท กำไรสุทธิ 129.8 ล้านบาท 


   
บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  กลุ่มนายสมภพ สหวัฒน์ ถือหุ้นใหญ่  ประกอบธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายแผ่นไม้ MDF จดทะเบียนเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2537 ทุน 1,425,839,127  บาท ที่ตั้งเลขที่  2/1 ถนนพิบูลสงคราม แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 

 

มีกรรมการบริษัทนอกจากตระกูลสหวัฒน์ ได้แก่ นายสมภพ สหวัฒน์ นายภัทท สหวัฒน์ น.ส.ภัทรา สหวัฒน์  นายสมประสงค์ สหวัฒน์  นายวสันต์ เจริญนวรัตน์ นายวรรธนะ เจริญนวรัตน์ นายสืบตระกูล สุนทรธรรม นายสุเทพ ชัยพัฒนวณิช นายนิรันดร์ สันติภิรมย์กุล น.ส. ยุพาพร บุญเกตุ  ยังมี นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ (ใกล้ชิดชวน หลีกภัย) พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ สมาชิกวุฒิสภา  พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ (คนใกล้ชิดพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ) นายไกรทิพย์ ไกรฤกษ์ 

 

ผลประกอบการปี 2552 รายได้ 2,739.6 ล้านบาท  กำไรสุทธิ  135.4 ล้านบาท 


 
บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) ประกอบกิจการค้าท่อเหล็ก จดทะเบียนวันที่ 17 มีนาคม 2547 ทุน 660 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 298 ซอยกลับเจริญ ถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ  นายประยูร เลขะพจน์พานิช นายสมชัย เลขะพจน์พานิช  และนายวิชัย เลขะพจน์พานิช ถือหุ้นใหญ่ มีนาย สมชัย เลขะพจน์พานิช น.ส.วิริยา อัมพรนภากุล นายสมเกียรติ จิตรวุฒิโชติ นายสุรินทร์ วรรณเพ็ญสกุล นายสมชาย หาญหิรัญ นายเกรียงไกร รักษ์กุลชน นายวิชัย เลขะพจน์พานิช น.ส.ปิยะนุส ชัยขจรวัฒน์ น.ส.สุนิสา ขวัญบุญบำเพ็ญ  และนายนันทวัฒน์ สถิรไชยวิทย์  เป็นกรรมการ 

 

ผลประกอบการปี 2552 รายได้ 3,253.5 ล้านบาท กำไรสุทธิ 115.1 ล้านบาท


 
จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) ใกล้ชิดกับนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็นผู้บริจาคเงินให้พรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงปี 2543 จำนวน 1.3 ล้านบาท 
 
นอกจากนี้ยังเป็นคู่ค้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในช่วง 2 ปีหลังประมาณ 200 ล้านบาท


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1281363630&catid=02

วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

BBC world news watch Bangkok Thailand

| May 19, 2010

May 19 2010

Attention,please with rest opinion to think about

This FWM:
Please in home eveeryone in bangkok after 18.00 today
because in Bangkok may be who 2,000 strength pleople to danger citizenz